นิด้าโพลหลังเลือกตั้ง: คนไทย 64% คัดค้านคาสิโนถูกกฎหมาย — เพิ่มขึ้นจาก 58% ปีที่แล้ว
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA Poll) เผยผลสำรวจหลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 พบคนไทย 64% คัดค้านการเปิดคาสิโนถูกกฎหมาย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่อยู่เพียง 58% สนับสนุนเพียง 22%

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น "NIDA Poll: ความคิดเห็นของประชาชนต่อการมีคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทยหลังเลือกตั้ง 2569" สำรวจระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,310 คนทั่วประเทศ
ผลสำรวจพบว่า 64.5% คัดค้านการมีคาสิโนถูกกฎหมาย เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจในปี 2568 ที่อยู่เพียง 58.2% ขณะที่ เห็นด้วย 22.3% (ลดลงจาก 28.5%) และ ไม่แสดงความเห็น 13.2%
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนคัดค้านเพิ่มขึ้นได้แก่ (1) กลัวพนันจะแพร่เข้าสู่ครัวเรือน 78% (2) กลัวอาชญากรรมเพิ่มในพื้นที่ 64% (3) ขัดกับศาสนา-วัฒนธรรม 52% (4) ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะควบคุมได้ 47% และ (5) เห็นบทเรียนจากกัมพูชา-เวียดนาม 38%
ที่น่าสนใจคือ ในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรครัฐบาลใหม่ 71% ก็คัดค้านคาสิโนเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับการประกาศชะลอนโยบาย Entertainment Complex ของรัฐบาลใหม่ และน่าจะทำให้ร่าง พ.ร.บ. ในรูปแบบเดิมไม่ได้ฟื้นคืนชีพอีกอย่างน้อย 2-3 ปี
เบื้องหลังและบริบทของเทคโนโลยี
การพัฒนาเทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ปัญหาพนันออนไลน์และอาชญากรรมทางการเงินขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ผู้พัฒนาระบบใช้เวลาทำการวิจัยและทดสอบมากกว่า 2 ปี ก่อนนำมาใช้งานจริง
การประยุกต์ใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ในประเทศไทย กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคการเงินและความมั่นคงทางไซเบอร์ ที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการโจมตีที่ซับซ้อนและรวดเร็วมากขึ้น
หน่วยงานในประเทศที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการตรวจจับการพนันและฟอกเงิน ได้แก่ ปปง. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา
สถิติพนันออนไลน์ในประเทศไทย
ตามข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้เล่นพนันออนไลน์ 2.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีผู้เล่นประมาณ 2.1 ล้านคน
มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 90,000 ล้านบาทต่อปี โดยพนันสล็อตและบาคาร่าครองสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 65 ขณะที่พนันกีฬาและเกมไพ่ครองสัดส่วนรวมประมาณร้อยละ 25
สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต รายงานว่า ในปี 2569 ได้รับการติดต่อจากผู้มีปัญหาพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับปี 2567 และสัดส่วนของผู้รับบริการที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 37
ผลกระทบและการนำไปใช้
ระบบเทคโนโลยีนี้คาดว่าจะช่วยลดเวลาในการตรวจจับและรับมือกับปัญหาได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเงิน
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีลักษณะนี้ยังเป็นต้นแบบที่หน่วยงานอื่นๆ ในประเทศและในภูมิภาคสามารถนำไปปรับใช้ได้ ช่วยยกระดับมาตรฐานการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินในระดับภูมิภาค
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
รศ. ธนพร สรไพร ภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ว่า "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางการเงินและพนันออนไลน์ ถือเป็นทิศทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคปัจจุบัน ระบบที่ทำงานแบบเรียลไทม์จะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ"
นักวิชาการเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาพนันออนไลน์ต้องอาศัยการทำงานแบบองค์รวม ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และการคืนสู่สังคม ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและไม่สามารถข้ามได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ระบบ AI ตรวจจับพนันออนไลน์ทำงานอย่างไร?
A: ระบบใช้การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) วิเคราะห์รูปแบบธุรกรรมและพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงการพนัน เช่น การโอนเงินซ้ำๆ ในเวลาผิดปกติ ยอดเงินที่สม่ำเสมอ และเครือข่ายบัญชีที่เชื่อมโยงกัน เพื่อระบุบัญชีและธุรกรรมต้องสงสัย
Q: ความแม่นยำของระบบ AI ตรวจจับเหล่านี้สูงแค่ไหน?
A: ระบบในปัจจุบันมีความแม่นยำในการตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัยที่ร้อยละ 90-95 และมีอัตราการแจ้งเตือนเท็จ (False Positive) ต่ำกว่าร้อยละ 5 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่นำไปใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q: ประชาชนทั่วไปจะได้รับผลกระทบจากระบบ AI นี้หรือไม่?
A: ระบบออกแบบมาเพื่อตรวจจับเฉพาะธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติเท่านั้น การทำธุรกรรมปกติของประชาชนทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบ และข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการคุ้มครองตาม PDPA
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งที่มาต้นฉบับ
NIDA Poll ↗