มูลนิธิรณรงค์ฯ เปิดแคมเปญ "เยาวชนไทยปลอดพนัน" บุก 500 โรงเรียน ตั้งเป้าลดอัตราติดพนัน 30%
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และต้านการพนัน เปิดตัวโครงการระดับชาติ "เยาวชนไทยปลอดพนัน" ลงพื้นที่ 500 โรงเรียนทั่วประเทศ ตั้งเป้าลดอัตราเยาวชนติดพนัน 30% ภายในปี 2571

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และต้านการพนัน ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกระทรวงศึกษาธิการ เปิดตัวโครงการระดับชาติชื่อ "เยาวชนไทยปลอดพนัน 2569-2571" ระยะเวลา 3 ปี งบประมาณรวม 280 ล้านบาท
โครงการจะลงพื้นที่ 500 โรงเรียน ทั่ว 77 จังหวัด ครอบคลุมระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลายเป็นหลัก โดยจะจัดอบรมเข้มข้น "ทักษะเงิน-ทักษะไม่พนัน" ให้กับครู 5,000 คน และนักเรียนแกนนำ 25,000 คน เพื่อให้สามารถถ่ายทอดความรู้ต่อในโรงเรียน
ผลสำรวจล่าสุดของมูลนิธิฯ พบว่า เยาวชนไทยอายุ 15-19 ปี ที่เคยพนันออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้งใน 1 ปีที่ผ่านมา มีอยู่ถึง 38% ในจำนวนนี้ 9% เข้าข่ายติดพนัน (Gambling Disorder) ตามเกณฑ์ DSM-5 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่อยู่เพียง 2-4%
เป้าหมายของโครงการคือ ลดอัตราเยาวชนติดพนันลง 30% ภายในปี 2571 โดยจะใช้เครื่องมือใหม่ ๆ เช่น เกม Simulation จำลองสถานการณ์การเสียเงินจากพนัน, แอปพลิเคชัน "Pause" ที่ช่วยล็อกการเข้าถึงแพลตฟอร์มเสี่ยง และระบบ Mentor พี่เลี้ยงที่จะติดตามนักเรียนกลุ่มเสี่ยงเป็นรายบุคคล
ระเบียบวิธีวิจัยและการเก็บข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ผ่านแบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิงลึก ระยะเวลาเก็บข้อมูลรวม 4 เดือน
กลุ่มตัวอย่างครอบคลุมทั้งผู้เล่นพนันออนไลน์ ผู้ที่เคยมีปัญหาและผ่านการบำบัด ครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบ และผู้ปฏิบัติงานในระบบบำบัด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เครื่องมือทางสถิติที่ได้รับการรับรองทางวิชาการ ร่วมกับการตรวจสอบความน่าเชื่อถือโดยคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระ ก่อนเผยแพร่ผลการวิจัยต่อสาธารณะและส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการกำหนดนโยบาย
สถิติพนันออนไลน์ในประเทศไทย
ตามข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้เล่นพนันออนไลน์ 2.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีผู้เล่นประมาณ 2.1 ล้านคน
มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 115,000 ล้านบาทต่อปี โดยพนันสล็อตและบาคาร่าครองสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 65 ขณะที่พนันกีฬาและเกมไพ่ครองสัดส่วนรวมประมาณร้อยละ 25
สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต รายงานว่า ในปี 2569 ได้รับการติดต่อจากผู้มีปัญหาพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 82 เมื่อเทียบกับปี 2567 และสัดส่วนของผู้รับบริการที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 35
ผลกระทบต่อนโยบายและการแก้ปัญหา
ข้อมูลจากการวิจัยจะถูกใช้ในการประเมินสถานการณ์ปัญหาพนันออนไลน์ระดับชาติ ทบทวนประสิทธิภาพของมาตรการที่มีอยู่ และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญสำหรับนักวิชาการ สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในระยะยาว
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ดร. ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า "ข้อมูลการวิจัยที่น่าเชื่อถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนดนโยบาย หากไม่มีข้อมูลที่ครอบคลุมและเป็นปัจจุบัน การแก้ปัญหาก็จะเป็นไปแบบลองผิดลองถูก ขาดทิศทางและสิ้นเปลืองทรัพยากร"
นักวิชาการเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาพนันออนไลน์ต้องอาศัยการทำงานแบบองค์รวม ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และการคืนสู่สังคม ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและไม่สามารถข้ามได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ปัญหาพนันออนไลน์ในไทยรุนแรงแค่ไหน?
A: จากข้อมูลปี 2569 มีผู้เล่นพนันออนไลน์ในไทยกว่า 3 ล้านคน มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี และคดีอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับพนันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
Q: ผู้ติดพนันจะขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน?
A: โทรสายด่วน 1323 ของกรมสุขภาพจิตได้ฟรี 24 ชั่วโมง หรือติดต่อมูลนิธิหยุดพนันที่ stopgambling.or.th และโรงพยาบาลที่มีคลินิกบำบัดผู้ติดพนัน
Q: การพนันออนไลน์ผิดกฎหมายในไทยหรือไม่?
A: ผิดกฎหมายตาม พรบ.การพนัน พ.ศ. 2478 ทั้งผู้ให้บริการและผู้เล่น มีโทษทั้งจำและปรับ ยกเว้นการพนันที่รัฐอนุญาตเช่นสลากกินแบ่งและการแข่งม้าเฉพาะสนาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อินเทอร์โพลเปิด "Operation Asia Storm" รวมพล 10 ประเทศ — รวบ 1,200 ราย ยึด 800 ล้านดอลลาร์
- ออสเตรเลียเตรียมแบนโฆษณาพนันกีฬาทั้งหมด หลังรายงานชี้เยาวชนรับสื่อมากเกินไป
- Interpol ปฏิบัติการ SYNERGIA บุกทลายเครือข่ายพนันออนไลน์เอเชีย 22 ประเทศ
- Pragmatic Play ปล่อยสล็อตใหม่ต้อนรับปี 2026 — Joker's Jewels Hold & Spin รางวัลสูงสุด 10,000x
แหล่งที่มาต้นฉบับ
Bangkok Insight ↗