ปปง. แช่แข็งบัญชีธนาคารต้องสงสัย 181,989 บัญชี ในปฏิบัติการพฤศจิกายน
สำนักงาน ปปง. แช่แข็งบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากพนันออนไลน์กว่า 181,989 บัญชี ในปฏิบัติการเดือนพฤศจิกายน 2568

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการแช่แข็งบัญชีธนาคารที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากพนันออนไลน์และอาชญากรรมทางไซเบอร์จำนวนกว่า 181,989 บัญชี ในปฏิบัติการช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568
บัญชีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ 'บัญชีม้า' ที่ผู้ประกอบการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายใช้ในการรับโอนเงินจากผู้เล่น ก่อนกระจายเงินไปยังบัญชีปลายทางผ่านหลายทอด เพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน
ปปง. ระบุว่าผู้ที่ให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนในลักษณะนี้แม้จะไม่รู้ตัวว่าเป็นบัญชีม้า ก็อาจมีความผิดทางกฎหมายและถูกแช่แข็งบัญชี ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร
บทบาทของภาคการเงินในการแก้ปัญหาพนัน
ภาคการเงินถือเป็นแนวหน้าที่สำคัญในการสกัดกั้นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับพนันออนไลน์ โดยธนาคารและผู้ให้บริการ e-wallet ในประเทศไทยได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังธุรกรรมผิดปกติร่วมกับ ปปง. และหน่วยงานกำกับดูแล
ระบบเฝ้าระวังในปัจจุบันสามารถตรวจจับธุรกรรมเข้าข่ายฟอกเงินและพนันได้ในเวลาเกือบเรียลไทม์ มีการแชร์ข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินผ่าน FinTech Hub ของสมาคมธนาคารไทย ลดเวลาในการตรวจสอบและตอบสนองได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ความท้าทายที่ยังคงอยู่คือการใช้สกุลเงินดิจิทัลและบัญชีม้า ที่ผู้กระทำผิดพัฒนารูปแบบใหม่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ จำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบและการประสานงานระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง
สถิติพนันออนไลน์ในประเทศไทย
ตามข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้เล่นพนันออนไลน์ 3.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีผู้เล่นประมาณ 2.1 ล้านคน
มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี โดยพนันสล็อตและบาคาร่าครองสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 65 ขณะที่พนันกีฬาและเกมไพ่ครองสัดส่วนรวมประมาณร้อยละ 25
สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต รายงานว่า ในปี 2569 ได้รับการติดต่อจากผู้มีปัญหาพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 102 เมื่อเทียบกับปี 2567 และสัดส่วนของผู้รับบริการที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 34
ผลกระทบต่อระบบการเงิน
การดำเนินมาตรการครั้งนี้คาดว่าจะลดความเสี่ยงในระบบการเงิน เพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสถาบันการเงินไทย และลดต้นทุนที่ธนาคารต้องสำรองไว้สำหรับการรับมือกับการฟอกเงิน
ในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาลักษณะนี้ จะยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของ FATF
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ดร. ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า "ภาคการเงินมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นการเงินที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรม การลงทุนในเทคโนโลยีและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงิน คือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาในระยะยาว"
นักวิชาการเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาพนันออนไลน์ต้องอาศัยการทำงานแบบองค์รวม ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และการคืนสู่สังคม ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและไม่สามารถข้ามได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ปัญหาพนันออนไลน์ในไทยรุนแรงแค่ไหน?
A: จากข้อมูลปี 2569 มีผู้เล่นพนันออนไลน์ในไทยกว่า 3 ล้านคน มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี และคดีอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับพนันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
Q: ผู้ติดพนันจะขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน?
A: โทรสายด่วน 1323 ของกรมสุขภาพจิตได้ฟรี 24 ชั่วโมง หรือติดต่อมูลนิธิหยุดพนันที่ stopgambling.or.th และโรงพยาบาลที่มีคลินิกบำบัดผู้ติดพนัน
Q: การพนันออนไลน์ผิดกฎหมายในไทยหรือไม่?
A: ผิดกฎหมายตาม พรบ.การพนัน พ.ศ. 2478 ทั้งผู้ให้บริการและผู้เล่น มีโทษทั้งจำและปรับ ยกเว้นการพนันที่รัฐอนุญาตเช่นสลากกินแบ่งและการแข่งม้าเฉพาะสนาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งที่มาต้นฉบับ
Thai Anti-Human Trafficking Action ↗