🌏 ต่างประเทศ 📅 สิงหาคม 2568|อ้างอิง: Inquirer

PAGCOR ยกเลิกเงินรางวัล P129 ล้านของผู้เล่นที่ไม่มีสิทธิ์

PAGCOR ดำเนินการยกเลิกเงินรางวัลมูลค่ากว่า 129 ล้านเปโซ ที่บุคคลต้องห้ามได้รับในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 โดยใช้นโยบาย KYC เข้มงวด

PAGCOR ยกเลิกเงินรางวัล P129 ล้านของผู้เล่นที่ไม่มีสิทธิ์

PAGCOR เปิดเผยว่าในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ได้ดำเนินการยกเลิกเงินรางวัลมูลค่ากว่า 129 ล้านเปโซ (ประมาณ 2.2 ล้านดอลลาร์) ที่บุคคลต้องห้ามหรือผู้ไม่มีสิทธิ์เล่นพนันออนไลน์ได้รับ

PAGCOR บังคับใช้นโยบาย Know-Your-Customer (KYC) อย่างเข้มงวด โดยมีกระบวนการตรวจสอบรองเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ถูกระบุในบัญชีดำได้รับเงินรางวัลจากการพนันออนไลน์

บุคคลต้องห้ามประกอบด้วยผู้ที่ถูกห้ามเล่นพนันโดยคำสั่งศาล ผู้มีประวัติเสพติดการพนัน เจ้าหน้าที่รัฐบางประเภท และบุคคลที่อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังด้านการเงิน

เบื้องหลังการออกกฎหมาย

ที่มาของการพิจารณากฎหมายฉบับนี้สืบเนื่องจากปัญหาพนันออนไลน์ที่ขยายตัวต่อเนื่องในประเทศไทย โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่ามีผู้เล่นพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก 1.8 ล้านคนในปี 2563 เป็นกว่า 3 ล้านคนในปี 2569

กระบวนการร่างกฎหมายผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ องค์กรภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนผู้บริโภค รวมระยะเวลากว่า 7 เดือน

เปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการพนันที่ค่อนข้างเข้มงวด แต่ปัญหาคือการบังคับใช้ที่ยังมีช่องโหว่ โดยเฉพาะการตรวจจับเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ

สถิติพนันออนไลน์ในประเทศไทย

ตามข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้เล่นพนันออนไลน์ 2.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีผู้เล่นประมาณ 2.1 ล้านคน

มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 85,000 ล้านบาทต่อปี โดยพนันสล็อตและบาคาร่าครองสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 65 ขณะที่พนันกีฬาและเกมไพ่ครองสัดส่วนรวมประมาณร้อยละ 25

สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต รายงานว่า ในปี 2569 ได้รับการติดต่อจากผู้มีปัญหาพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 94 เมื่อเทียบกับปี 2567 และสัดส่วนของผู้รับบริการที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 38

ผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ

หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ต้องปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ ขณะที่ผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองที่ดีขึ้น

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและศาลจะมีเครื่องมือทางกฎหมายที่แข็งแกร่งขึ้นในการดำเนินคดี ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดจำนวนคดีพนันออนไลน์และความเสียหายทางเศรษฐกิจในระยะยาว

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

ผศ.ดร. ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า "การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ในประเทศไทย จำเป็นต้องพิจารณาทั้งมิติของการคุ้มครองผู้บริโภค การปราบปรามผู้กระทำผิด และการสร้างสมดุลกับเสรีภาพในการดำเนินชีวิต กฎหมายที่ดีต้องบังคับใช้ได้จริงและทันสมัย"

นักวิชาการเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาพนันออนไลน์ต้องอาศัยการทำงานแบบองค์รวม ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และการคืนสู่สังคม ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและไม่สามารถข้ามได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กฎหมายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่?

A: หลังจากผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยปกติจะมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 90-180 วัน ก่อนมีผลบังคับใช้จริง เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องปรับตัวได้

Q: การลงโทษตามกฎหมายใหม่รุนแรงแค่ไหน?

A: โทษตามกฎหมายพนันออนไลน์ในปัจจุบัน รวมถึงโทษจำคุกตั้งแต่ 1 เดือนถึง 5 ปี และปรับสูงสุด 100,000 บาท สำหรับผู้เล่น และโทษหนักขึ้นสำหรับผู้ให้บริการหรือผู้จัดทำเว็บไซต์

Q: ประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อกฎหมายนี้ได้อย่างไร?

A: สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (law.go.th) ในช่วงรับฟังความคิดเห็น หรือผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เป็นเจ้าของร่างกฎหมาย รวมถึงการเข้าร่วมเวทีเสวนาสาธารณะที่จัดขึ้นเป็นระยะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

🔗

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Inquirer ↗
แท็ก: #ฟิลิปปินส์ #PAGCOR #KYC #กฎหมาย
ไม่สนับสนุนให้เล่นการพนันออนไลน์

เว็บไซต์นี้รวบรวมข้อมูลและรีวิวเว็บพนันออนไลน์เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น เราไม่ส่งเสริม สนับสนุน หรือชักชวนให้ผู้ใดเล่นการพนัน

หากคุณมีอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายในประเทศของคุณ กรุณาออกจากเว็บไซต์นี้ทันที

ปิดอัตโนมัติใน5 วินาที