PAGCOR ยกเลิกเงินรางวัล P129 ล้านของผู้เล่นที่ไม่มีสิทธิ์
PAGCOR ดำเนินการยกเลิกเงินรางวัลมูลค่ากว่า 129 ล้านเปโซ ที่บุคคลต้องห้ามได้รับในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 โดยใช้นโยบาย KYC เข้มงวด

PAGCOR เปิดเผยว่าในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ได้ดำเนินการยกเลิกเงินรางวัลมูลค่ากว่า 129 ล้านเปโซ (ประมาณ 2.2 ล้านดอลลาร์) ที่บุคคลต้องห้ามหรือผู้ไม่มีสิทธิ์เล่นพนันออนไลน์ได้รับ
PAGCOR บังคับใช้นโยบาย Know-Your-Customer (KYC) อย่างเข้มงวด โดยมีกระบวนการตรวจสอบรองเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ถูกระบุในบัญชีดำได้รับเงินรางวัลจากการพนันออนไลน์
บุคคลต้องห้ามประกอบด้วยผู้ที่ถูกห้ามเล่นพนันโดยคำสั่งศาล ผู้มีประวัติเสพติดการพนัน เจ้าหน้าที่รัฐบางประเภท และบุคคลที่อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังด้านการเงิน
เบื้องหลังการออกกฎหมาย
ที่มาของการพิจารณากฎหมายฉบับนี้สืบเนื่องจากปัญหาพนันออนไลน์ที่ขยายตัวต่อเนื่องในประเทศไทย โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่ามีผู้เล่นพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก 1.8 ล้านคนในปี 2563 เป็นกว่า 3 ล้านคนในปี 2569
กระบวนการร่างกฎหมายผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ องค์กรภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนผู้บริโภค รวมระยะเวลากว่า 7 เดือน
เปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการพนันที่ค่อนข้างเข้มงวด แต่ปัญหาคือการบังคับใช้ที่ยังมีช่องโหว่ โดยเฉพาะการตรวจจับเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ
สถิติพนันออนไลน์ในประเทศไทย
ตามข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้เล่นพนันออนไลน์ 2.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีผู้เล่นประมาณ 2.1 ล้านคน
มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 85,000 ล้านบาทต่อปี โดยพนันสล็อตและบาคาร่าครองสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 65 ขณะที่พนันกีฬาและเกมไพ่ครองสัดส่วนรวมประมาณร้อยละ 25
สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต รายงานว่า ในปี 2569 ได้รับการติดต่อจากผู้มีปัญหาพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 94 เมื่อเทียบกับปี 2567 และสัดส่วนของผู้รับบริการที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 38
ผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ
หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ต้องปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ ขณะที่ผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองที่ดีขึ้น
หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและศาลจะมีเครื่องมือทางกฎหมายที่แข็งแกร่งขึ้นในการดำเนินคดี ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดจำนวนคดีพนันออนไลน์และความเสียหายทางเศรษฐกิจในระยะยาว
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ผศ.ดร. ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า "การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ในประเทศไทย จำเป็นต้องพิจารณาทั้งมิติของการคุ้มครองผู้บริโภค การปราบปรามผู้กระทำผิด และการสร้างสมดุลกับเสรีภาพในการดำเนินชีวิต กฎหมายที่ดีต้องบังคับใช้ได้จริงและทันสมัย"
นักวิชาการเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาพนันออนไลน์ต้องอาศัยการทำงานแบบองค์รวม ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และการคืนสู่สังคม ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและไม่สามารถข้ามได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: กฎหมายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่?
A: หลังจากผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยปกติจะมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 90-180 วัน ก่อนมีผลบังคับใช้จริง เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องปรับตัวได้
Q: การลงโทษตามกฎหมายใหม่รุนแรงแค่ไหน?
A: โทษตามกฎหมายพนันออนไลน์ในปัจจุบัน รวมถึงโทษจำคุกตั้งแต่ 1 เดือนถึง 5 ปี และปรับสูงสุด 100,000 บาท สำหรับผู้เล่น และโทษหนักขึ้นสำหรับผู้ให้บริการหรือผู้จัดทำเว็บไซต์
Q: ประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อกฎหมายนี้ได้อย่างไร?
A: สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (law.go.th) ในช่วงรับฟังความคิดเห็น หรือผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เป็นเจ้าของร่างกฎหมาย รวมถึงการเข้าร่วมเวทีเสวนาสาธารณะที่จัดขึ้นเป็นระยะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งที่มาต้นฉบับ
Inquirer ↗