DSI-CCIB ทลายเครือข่ายพนัน หมุนเวียน 15,200 ล้านบาท/ปี
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับ CCIB ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มียอดหมุนเวียนรวมกว่า 15,200 ล้านบาทต่อปี จับกุมผู้ต้องหาหลายสิบคน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับหน่วยสืบสวนคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ (CCIB) ปิดล้อมและจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มียอดหมุนเวียนรวมกว่า 15,200 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปฏิบัติการนี้ใช้เวลาสืบสวนนานกว่า 6 เดือน โดยติดตามเส้นทางเงินผ่านบัญชีธนาคารหลายร้อยบัญชีและกระเป๋าคริปโตเคอร์เรนซี ก่อนบุกเข้าจับกุมในหลายจังหวัดพร้อมกัน
ผู้ต้องหาหลักถูกตั้งข้อหาเปิดบ่อนการพนัน ฟอกเงิน และสมคบกันกระทำความผิด โดยทรัพย์สินที่ถูกยึดรวมถึงเงินสด รถยนต์หรู บ้านพัก และบัญชีเงินฝากมูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท
เบื้องหลังการปราบปราม
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ที่กินเวลาต่อเนื่อง 5 เดือน โดยมีการเฝ้าสังเกตเป้าหมาย รวบรวมหลักฐาน และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ
การปราบปรามพนันออนไลน์ในประเทศไทยมีความซับซ้อน เนื่องจากเว็บไซต์ส่วนใหญ่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเขตปกครองพิเศษอื่นๆ ที่กฎหมายพนันมีลักษณะผ่อนปรน หน่วยงานไทยต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปราม
การปฏิบัติงานในรอบปีที่ผ่านมา หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ไปแล้วมากกว่า 907 เว็บไซต์ และจับกุมผู้กระทำผิดทั้งระดับผู้บริหารและผู้ดูแลระบบมากกว่า 57 ราย
สถิติพนันออนไลน์ในประเทศไทย
ตามข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้เล่นพนันออนไลน์ 3.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีผู้เล่นประมาณ 2.1 ล้านคน
มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 85,000 ล้านบาทต่อปี โดยพนันสล็อตและบาคาร่าครองสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 65 ขณะที่พนันกีฬาและเกมไพ่ครองสัดส่วนรวมประมาณร้อยละ 25
สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต รายงานว่า ในปี 2569 ได้รับการติดต่อจากผู้มีปัญหาพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 94 เมื่อเทียบกับปี 2567 และสัดส่วนของผู้รับบริการที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 37
ผลกระทบและการดำเนินการต่อ
ผลของการปราบปรามครั้งนี้คาดว่าจะส่งสัญญาณเตือนถึงผู้ที่กำลังพิจารณาเข้าสู่ธุรกิจพนันออนไลน์ และลดความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่หลักฐานที่ได้จะถูกใช้ในการขยายผลการสอบสวนต่อเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง
การดำเนินการต่อในระยะถัดไป จะรวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มเป้าหมาย การประสานความร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง และการเปิดช่องทางให้ผู้เสียหายร้องเรียนและขอรับเงินคืน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ผศ.ดร. ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า "การปราบปรามที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งการสืบสวนเชิงลึก การประสานงานระหว่างประเทศ และการใช้เทคโนโลยีช่วยในการรวบรวมหลักฐาน ปฏิบัติการลักษณะนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของหน่วยงานในการแก้ปัญหา"
นักวิชาการเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาพนันออนไลน์ต้องอาศัยการทำงานแบบองค์รวม ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และการคืนสู่สังคม ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและไม่สามารถข้ามได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: หากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับพนันออนไลน์ ควรแจ้งที่ไหน?
A: แจ้งได้ที่สายด่วน 1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1212 ของกระทรวงดิจิทัล หรือผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.com ซึ่งให้การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและรักษาความเป็นส่วนตัว
Q: การปราบปรามครั้งนี้จะมีผลทำให้พนันออนไลน์ลดลงจริงหรือไม่?
A: การปราบปรามต่อเนื่องในรอบ 2 ปี ทำให้จำนวนผู้เล่นในเว็บที่ถูกปราบปรามลดลงชั่วคราว แต่ผู้เล่นมักย้ายไปเว็บอื่น ดังนั้นการแก้ปัญหาในระยะยาวต้องรวมถึงการลดความต้องการของผู้เล่นด้วย
Q: ผู้เล่นพนันที่ติดตามไปจะถูกดำเนินคดีหรือไม่?
A: ตามกฎหมาย ผู้เล่นพนันออนไลน์มีความผิดด้วย แต่ในทางปฏิบัติ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเน้นการดำเนินคดีผู้ให้บริการและผู้จัดทำเว็บไซต์เป็นหลัก ขณะที่ผู้เล่นมักได้รับการแจ้งเตือนหรือส่งเข้าระบบบำบัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งที่มาต้นฉบับ
The Nation Thailand ↗