CCIB บุกทลายแก๊งพนันออนไลน์ยักษ์ใหญ่ กรุงเทพฯ มูลค่าเงินหมุนเวียนกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท
กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (CCIB) ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ บุกทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในรอบปี

กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (CCIB) ร่วมกับกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดำเนินปฏิบัติการครั้งใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร บุกเข้าค้นหลายจุดพร้อมกันในช่วงมกราคม 2569
ผลการปฏิบัติการพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 1.1 หมื่นล้านบาท โดยใช้บัญชีม้าหลายร้อยบัญชีในการรับ-ส่งเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของ ปปง. และธนาคารแห่งประเทศไทย
เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาหลัก 8 ราย พร้อมยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และเงินสดจำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เชื่อว่ายังหลบหนีอยู่อีกหลายราย
เจ้าหน้าที่ระบุว่าเครือข่ายนี้ดำเนินการมานานกว่า 3 ปี โดยมีลูกค้าจากทั่วประเทศหลายหมื่นราย และมีการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในการโฆษณาและชักชวนผู้เล่นอย่างเปิดเผย
เบื้องหลังการปราบปราม
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ที่กินเวลาต่อเนื่อง 4 เดือน โดยมีการเฝ้าสังเกตเป้าหมาย รวบรวมหลักฐาน และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ
การปราบปรามพนันออนไลน์ในประเทศไทยมีความซับซ้อน เนื่องจากเว็บไซต์ส่วนใหญ่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา ฟิลิปปินส์ และเขตปกครองพิเศษอื่นๆ ที่กฎหมายพนันมีลักษณะผ่อนปรน หน่วยงานไทยต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปราม
การปฏิบัติงานในรอบปีที่ผ่านมา หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ไปแล้วมากกว่า 886 เว็บไซต์ และจับกุมผู้กระทำผิดทั้งระดับผู้บริหารและผู้ดูแลระบบมากกว่า 116 ราย
สถิติพนันออนไลน์ในประเทศไทย
ตามข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้เล่นพนันออนไลน์ 2.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีผู้เล่นประมาณ 2.1 ล้านคน
มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 95,000 ล้านบาทต่อปี โดยพนันสล็อตและบาคาร่าครองสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 65 ขณะที่พนันกีฬาและเกมไพ่ครองสัดส่วนรวมประมาณร้อยละ 25
สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต รายงานว่า ในปี 2569 ได้รับการติดต่อจากผู้มีปัญหาพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 102 เมื่อเทียบกับปี 2567 และสัดส่วนของผู้รับบริการที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 34
ผลกระทบและการดำเนินการต่อ
ผลของการปราบปรามครั้งนี้คาดว่าจะส่งสัญญาณเตือนถึงผู้ที่กำลังพิจารณาเข้าสู่ธุรกิจพนันออนไลน์ และลดความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่หลักฐานที่ได้จะถูกใช้ในการขยายผลการสอบสวนต่อเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง
การดำเนินการต่อในระยะถัดไป จะรวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มเป้าหมาย การประสานความร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง และการเปิดช่องทางให้ผู้เสียหายร้องเรียนและขอรับเงินคืน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
รศ.ดร. นวลน้อย ตรีรัตน์ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า "การปราบปรามที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งการสืบสวนเชิงลึก การประสานงานระหว่างประเทศ และการใช้เทคโนโลยีช่วยในการรวบรวมหลักฐาน ปฏิบัติการลักษณะนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของหน่วยงานในการแก้ปัญหา"
นักวิชาการเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาพนันออนไลน์ต้องอาศัยการทำงานแบบองค์รวม ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และการคืนสู่สังคม ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและไม่สามารถข้ามได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: หากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับพนันออนไลน์ ควรแจ้งที่ไหน?
A: แจ้งได้ที่สายด่วน 1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1212 ของกระทรวงดิจิทัล หรือผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.com ซึ่งให้การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและรักษาความเป็นส่วนตัว
Q: การปราบปรามครั้งนี้จะมีผลทำให้พนันออนไลน์ลดลงจริงหรือไม่?
A: การปราบปรามต่อเนื่องในรอบ 2 ปี ทำให้จำนวนผู้เล่นในเว็บที่ถูกปราบปรามลดลงชั่วคราว แต่ผู้เล่นมักย้ายไปเว็บอื่น ดังนั้นการแก้ปัญหาในระยะยาวต้องรวมถึงการลดความต้องการของผู้เล่นด้วย
Q: ผู้เล่นพนันที่ติดตามไปจะถูกดำเนินคดีหรือไม่?
A: ตามกฎหมาย ผู้เล่นพนันออนไลน์มีความผิดด้วย แต่ในทางปฏิบัติ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเน้นการดำเนินคดีผู้ให้บริการและผู้จัดทำเว็บไซต์เป็นหลัก ขณะที่ผู้เล่นมักได้รับการแจ้งเตือนหรือส่งเข้าระบบบำบัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แหล่งที่มาต้นฉบับ
Nation Thailand ↗