อาเซียนจัดตั้งศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ร่วม ไทยเป็นเจ้าภาพ แชร์ข้อมูลข้ามพรมแดน
ประเทศอาเซียน 10 ชาติตกลงจัดตั้งศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ร่วม (ASEAN Anti-Scam Centre) โดยมีไทยเป็นเจ้าภาพ พร้อมระบบแชร์ข้อมูลข้ามพรมแดนแบบเรียลไทม์

ในการประชุมสุดยอดอาเซียนว่าด้วยความปลอดภัยทางไซเบอร์ ผู้นำจาก 10 ประเทศสมาชิกลงนามความตกลงจัดตั้ง ASEAN Anti-Scam Centre (AASC) โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นสำนักงานใหญ่
ศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายการหลอกลวงออนไลน์ คอมปาวด์สแกม และการพนันผิดกฎหมายระหว่างประเทศสมาชิกแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบฐานข้อมูลร่วมของบัญชีและเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องสงสัย
ไทยในฐานะเจ้าภาพจะจัดสรรงบประมาณเริ่มต้น 500 ล้านบาท และส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการประจำศูนย์ AASC จำนวน 50 นาย ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบในกลางปี 2568
บริบทและความเป็นมา
ข่าวเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในบริบทของปัญหาพนันออนไลน์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยจำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นจาก 1.8 ล้านคนในปี 2563 เป็นกว่า 3 ล้านคนในปี 2569
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมได้พยายามแก้ไขปัญหาผ่านมาตรการหลายด้าน ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การให้ความรู้แก่ประชาชน การพัฒนาระบบบำบัด และการประสานงานระหว่างประเทศ แต่ปัญหายังคงขยายตัวเร็วกว่าระบบรองรับที่มีอยู่
ความเคลื่อนไหวล่าสุดในการแก้ปัญหา ครอบคลุมทั้งการปราบปรามเว็บพนัน การสกัดกั้นเส้นทางการเงิน การพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับ และการขยายเครือข่ายบำบัดให้ทั่วถึงในทุกจังหวัด
สถิติพนันออนไลน์ในประเทศไทย
ตามข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้เล่นพนันออนไลน์ 3.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีผู้เล่นประมาณ 2.1 ล้านคน
มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 105,000 ล้านบาทต่อปี โดยพนันสล็อตและบาคาร่าครองสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 65 ขณะที่พนันกีฬาและเกมไพ่ครองสัดส่วนรวมประมาณร้อยละ 25
สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต รายงานว่า ในปี 2569 ได้รับการติดต่อจากผู้มีปัญหาพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับปี 2567 และสัดส่วนของผู้รับบริการที่อายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 37
ผลกระทบและการดำเนินการต่อ
เหตุการณ์ครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายและการปฏิบัติงาน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามผลการดำเนินการอย่างใกล้ชิด และเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าต่อสาธารณะเป็นระยะ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและให้ความเห็นต่อการพัฒนาในเรื่องนี้
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
รศ.ดร. นวลน้อย ตรีรัตน์ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า "ปัญหาพนันออนไลน์ในประเทศไทย ต้องการการแก้ไขแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่ความรับผิดชอบของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง การประสานความร่วมมือคือกุญแจสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน"
นักวิชาการเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาพนันออนไลน์ต้องอาศัยการทำงานแบบองค์รวม ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัด และการคืนสู่สังคม ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและไม่สามารถข้ามได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ปัญหาพนันออนไลน์ในไทยรุนแรงแค่ไหน?
A: จากข้อมูลปี 2569 มีผู้เล่นพนันออนไลน์ในไทยกว่า 3 ล้านคน มูลค่าการเดิมพันรวมประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี และคดีอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับพนันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
Q: ผู้ติดพนันจะขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน?
A: โทรสายด่วน 1323 ของกรมสุขภาพจิตได้ฟรี 24 ชั่วโมง หรือติดต่อมูลนิธิหยุดพนันที่ stopgambling.or.th และโรงพยาบาลที่มีคลินิกบำบัดผู้ติดพนัน
Q: การพนันออนไลน์ผิดกฎหมายในไทยหรือไม่?
A: ผิดกฎหมายตาม พรบ.การพนัน พ.ศ. 2478 ทั้งผู้ให้บริการและผู้เล่น มีโทษทั้งจำและปรับ ยกเว้นการพนันที่รัฐอนุญาตเช่นสลากกินแบ่งและการแข่งม้าเฉพาะสนาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สภาพัฒน์ ประมาณการณ์ Entertainment Complex สร้างรายได้ให้รัฐ 120,000 ล้านบาทต่อปี
- ตำรวจเตรียมแผนรับมือการพนันบอลโลก 2026 คาดเงินพนันหมุนเวียนกว่า 50,000 ล้านบาท
- ตำรวจไทยจับเครือข่าย hydra888f สมาชิก 18,000 คน หมุนเวียน 11,520 ล้าน
- กัมพูชาประกาศปิดบ่อนคาสิโนชายแดน 20 แห่ง — กระทบเมืองชายแดนปอยเปต บาเวต เกาะกง
แหล่งที่มาต้นฉบับ
Channel NewsAsia ↗